ท่านอนมีผลต่อร่ างกาย

นพ. ภัทร อำนาจตระกูล แพ ทย์ผู้เชี่ ยวช าญส าข า ส าข าออร์โธปิดิกส์ รพ. สมิติเวช สุขุมวิท

ระบุว่า ก ารนอน เป็นการพักผ่ อนที่ดีที่สุ ดและง่ ายที่สุด เป็นช่ วงเวล าทองของร่ างก ายในก ารซ่อมแซมตัวเอง

ก ารนอนที่เหม าะสมจะมีค่าเฉ ลี่ยอยู่ที่ประม าณ 6-7 ชั่ วโมง

เท่ากับเราใช้เวล ากับก ารนอนไปถึง 1 ใน 4 ส่ วน ในแต่ละวันเลยทีเดียว

ดังนั้น ก ารนอนในท่าท างที่ถูกต้องและเหม าะสมจึงมีคว ามสำคัญเป็นอย่ างยิ่ง

เพราะจะทำให้เรามีสุ ขภาพร่ างก ายโดยร วมที่ดี ไม่มีการบา ดเจ็ บของระบบกระดู กและกล้ามเนื้อ

หรือระบบประส าทในส่วนต่างๆ ของร่างก ายก่อนวัยอันควร ในท างกลับกัน

บ างคนอ าจจะเคยสงสัย ทำไมยิ่งนอ นยิ่งเมื่อย นั่นอ าจเป็นเพราะเรานอนผิ ดท่า

หรือนอนในท่ าที่ไม่ถูกต้อง ร วมถึงเครื่องนอนอ าจไม่เหม าะสม คือ นิ่มหรือแข็ งจนเกินไป ก็เป็นได้


4 ท่านอนผิดๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้

1.การนอนข ดตัวคุดคู้

การนอนขดตัวคุ ดคู้ คือ การนอนที่มีการก้มศีรษะ โก่งหลัง พั บสะโพก

งอเข่า เป็นท่านอนที่ไม่เหม าะสมอย่ างยิ่งเนื่องจา กก่อให้เกิ ดผลเสียต่อร่างกาย

ในหล ากหล ายแง่มุม การนอนท่านี้ติดต่อกันเป็นระยะเวล านานๆ อาจก่อให้เกิ ดความเสี่ยง ดังนี้

-ป วดเข่า เอ็ นบริเวณเข่าและสะโพกเกิ ดการอักเ สบเนื่องจ ากมีการพับงอของข้อสะโพกและข้อเข่าเป็นระยะเวล านาน

-กล้ามเนื้ อหลังส่วนล่างอักเ สบและปว ด เนื่องจ ากมีการโก่งงอของหลัง ทำให้กล้ามเนื้อหลังถูกยืดเหยียดออกจนตึง

-กระดู กสันหลังมีก ารบิดโก่งงอผิ ดรูป

-ปว ดคอจ ากกล้ามเนื้ ออักเส บ เนื่องจ าก การนอนนั้นมีการก้มคอค้างไว้ทำให้กล้ามเนื้ อคอตึง

และยังไปเพิ่ มแร งดันต่อหมอนรองกระดู กสันหลังช่ วงค ออีกด้วย

-หากผู้ป่ วยเป็นโร คหมอนรองกระดู กทับประสา ทอยู่แล้ว ก ารนอนในท่าที่ผิ ด

สุขลั กษณะอย่ างเช่นท่านอนขดตัวคุดคู้นี้ ก็อาจกระตุ้ นให้เกิ ดอ าก ารปว ดม ากขึ้นได้

ท่าที่ 2: ก ารนอนคว่ำ

ก ารนอนคว่ำ ถือว่าเป็นท่านอนที่ไม่เหม าะสม เนื่องจ าก ารนอนคว่ำจะทำให้ผู้นอนหายใจไม่สะดวก

กระดู กสันหลังแอ่นม ากกว่าปกติ และขณะที่นอนก็ต้องมีก ารบิดคอไปทางซ้ายหรือทางขวา

รวมถึงมีก ารแอ่นไปข้ างหลังอีกด้วย จึงอ าจก่อให้เกิ ดการอักเส บของกล้ามเ นื้อคอ

เกิ ดอาการป วดคอ ปว ดหลังได้ ดังนั้น ท่านอนคว่ำจึงเป็นท่านอนที่ไม่ควรทำเท่าไหร่นัก

แต่หากจำเป็นต้องนอนท่านี้ ก็แนะนำให้ทำได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

โดยแนะนำให้หาหมอนม ารองช่วงหน้าอ กหรือช่วงท้องก็จะทำให้นอนได้สบายยิ่งขึ้น

ท่าที่ 3: การนอนแบบกึ่งนั่งกึ่งนอน

ท่านอนแบบกึ่งนั่งกึ่งนอนโดยที่มีหมอนรองที่หลังเ อาไว้

แล้วนอนเอนหลังและไถลตัวไปบนเตียงนอนหรือโซฟา พร้อมกับเล่นโทรศัพท์มือถือ

อ่านหนังสือ หรือดูโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ นั้น ทำให้ผู้ที่นอนท่านี้ต้องงอหรือก้มคอเป็นระยะเวลานาน

ซึ่งหากทำเป็นประจำ จะทำให้หมอนรองกระดู กสันหลังส่วนคอและหลังทำงานม ากกว่าปกติ

ส่งผลให้เกิ ดอาการอักเส บและปว ดกล้ามเนื้ อคอบ่าไหล่ขึ้นม าได้

รวมถึงสาม ารถทำให้เกิ ดอาการป วดหลังส่วนล่างจากการที่มีการแอ่นของหลังขณะนั่งได้อีกด้วย

ท่าที่ 4: การนอนทับต้นแขนตัวเอง

การกดทับต้นแขนของตัวเองซึ่งเป็นบริเวณที่มีเส้นประส าท (Radial Nerve) อยู่

เป็นเวลานาน โดยอาจเกิ ดจากการทับของศีรษะหรือการพาดแขนบนพื้นผิวต่างๆ

เช่น พนักเก้าอี้ พอเส้นประส าทถูกกดทับนานๆ แล้ว จึงก่อให้เกิ ดอาการทางระบบประสา ทตามมา

ที่พบบ่อยที่สุด คือ อาการข้อมือตก ทำให้กระดกข้อมือไม่ขึ้น

อาการข้อมือตกจากการถูกกดทับของเส้นประสา ทเรเดียน (Radial Nerve) นี้

เรียกว่า Saturday night palsy หรือ Honeymoon palsy โดยส่วนใหญ่แล้วอาการมักไม่ร้ ายแ รง

และสามารถหายเองได้ ซึ่งระยะเวลาจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ส่วนมากแล้วจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ โดยในระหว่างที่รอเส้นประสา ทหายดีนี้

แพทย์จะให้มีการออกกำลังกายกล้ามเนื้ อบริเวณมือ ข้อมือ และแขนท่อนล่าง

เพื่อป้องกันกล้ามเนื้ อฝ่อลีบและการเกิ ดข้อติดที่อาจจะเกิ ดขึ้นได้ด้วย

ภาวะ Saturday night palsy or Honeymoon palsy นั้น

แรกเริ่มเดิมทีเกิ ดจากผู้ที่ดื่มแ อลกอฮ อล์หนักจนเมาพับและนอนหลับลึกฟุบไปกับโต๊ะ

โดยที่วางศีรษะทับต้นแขนไว้ หรืออาจเกิ ดจากการที่คู่รักนอนหนุนแขนของอีกฝ่ายตลอดทั้งคืน

พอตื่นขึ้นมาแล้วจึงพบว่าข้อมือตก ยกไม่ขึ้นนั่นเอง

แหล่งข่าว kiddpan